Browse » Home » All posts

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2566

การคำนวณค่าความร้อนฮีตเตอร์ (Calculation of the heating value of the heater),สูตรคํานวณ กระแส ฮีตเตอร์ 220v, การเลือก ขนาด ฮี ต. เตอร์ ,ฮีตเตอร์ความร้อน, ฮีตเตอร์ในบ้าน ,การวัดฮีตเตอร์ ,ฮี ต เตอร์ มีกี่ แบบ ,คํานวณ ขนาดฮีตเตอร์ตู้ปลา, ออกแบบฮีตเตอร์

การคำนวณค่าความร้อนฮีตเตอร์ (Calculation of the heating value of the heater),สูตรคํานวณ กระแส ฮีตเตอร์ 220v, การเลือก ขนาด ฮี ต. เตอร์ ,ฮีตเตอร์ความร้อน, ฮีตเตอร์ในบ้าน ,การวัดฮีตเตอร์ ,ฮี ต เตอร์ มีกี่ แบบ ,คํานวณ ขนาดฮีตเตอร์ตู้ปลา, ออกแบบฮีตเตอร์



การคำนวณค่าปริมาณความร้อนฮีตเตอร์


ความร้อนแฝงของการหลอมเหลว หมายถึง ปริมาณพลังงานความร้อนที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงสถานะของของแข็งเป็นของเหลว โดยอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง

ความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลว หมายถึง ปริมาณพลังงานความร้อนที่ทำให้สาร
ที่เป็นของแข็งมีมวล 1 กรัม เปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว 1 กรัม โดยอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง มีหน่วยเป็นแคลอรีต่อกรัม เช่น ความร้อนแฝงจำเพาะของน้ำแข็ง มีค่าประมาณ 80 แคลอรีต่อกรัม
ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอ หมายถึง ปริมาณพลังงานความร้อนที่ใช้ในการเปลี่ยนสถานะของของเหลวกลายเป็นไอ โดยอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง

ความร้อนแฝงจำเพาะของการกลายเป็นไอ หมายถึง ปริมาณพลังงานความร้อนที่ทำให้สาร
ที่เป็นของเหลวมวล 1 กรัม เปลี่ยนสถานะเป็นแก๊สโดยอุณหภูมิไม่เปลี่ยนแปลง เช่น ความร้อนแฝงจำเพาะของการกลายเป็นไอของน้ำเดือด มีค่าประมาณ 540 แคลอรีต่อกรัม
ความจุความร้อนจำเพาะ หมายถึง ปริมาณความร้อนที่ทำให้สารมวล 1 กรัม มีอุณหภูมิเปลี่ยนไป 1 °C
ความจุความร้อนจำเพาะของน้ำมีค่าเท่ากับ 1 แคลอรี / กรัม- องศาเซลเซียส (cal/g - °C)

สูตรคำนวณค่าปริมาณความร้อน
Q = mL


Q = ปริมาณความร้อน หน่วย แคลอรี ่
m = มวลของสาร หน่วย กรัม
L
Q = msΔt= ความร้อนแฝงจำเพาะ หน่วย แคลอรี / กรัม



Q = ปริมาณความร้อนที่ใช้ในการลดหรือเพิ่มอุณหภูมิของสารนั้น ๆ หน่วย แคลอรี
m = มวลของสาร หน่วย กรัม
s = ความจุความร้อนจำเพาะของสาร หน่วย แคลอรี / กรัม-องศาเซลเซียส
Δt = อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง


ขั้นตอนการเปลี่ยนสถานะของน้ำแข็งจนกระทั่งกลายเป็นไอน้ำ


การคำนวณค่าความร้อนฮีตเตอร์


ตัวอย่าง
Ex ถ้านักเรียนต้องการทำให้น้ำแข็งมวล 10 กรัม เกิดการหลอมเหลวกลายเป็นของเหลวได้หมดพอดี จะต้องใช้ปริมาณความร้อนเท่าใด
วิธีทำ m = 10 กรัม L = 80 แคลอรี/กรัม Q = ?


สูตร Q = mL
= 10 × 80 = 800 แคลอรี


ดังนั้น น้ำแข็งต้องใช้ปริมาณความร้อนในการหลอมเหลวเท่ากับ 800 แคลอรี
ความร้อนแฝงจำเพาะของการหลอมเหลวของสารชนิดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่น้ำ จำเป็นหรือไม่ว่าจะต้องมีค่าเท่ากับ 80 แคลอรีต่อกรัม (ไม่จำเป็น)


Ex ถ้านักเรียนต้องการทำให้น้ำมวล 10 กรัม มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1 °C จะต้องใช้ปริมาณความร้อนเท่าใด
สูตร Q = ms Δt
= 10 × 1 × 1
= 10 แคลอรี
ดังนั้น จะต้องใช้ปริมาณความร้อนเท่ากับ 10 แคลอรี
ความจุความร้อนจำเพาะของสารชนิดอื่นที่ไม่ใช่น้ำ จำเป็นหรือไม่ว่าจะต้องมีค่าเท่ากับ 1 cal/g- °C (ไม่จำเป็น) การคำนวณค่าปริมาณความร้อนนี้สามารถประยุกต์ในการหาค่าความร้อนฮีตเตอร์ได้


คำนวณค่าไฟฮีตเตอร์

การคำนวณค่าไฟฟ้าของฮีตเตอร์ความร้อน ทำได้โดยคำนวณจากกำลังไฟฟ้าของเครื่อง (ดูได้จากเนมเพลตข้างเครื่อง หรือตัวตอก) 

1. ตัวอย่าง สมมติฮีตเตอร์กินไฟ 2000 วัตต์ ใช้งานจริงที่เวลา 8 ชม.การทำงาน (กรณีไม่มีตัวตัดต่อความร้อน)

สูตรการคำนวนจำนวนหน่วยการใช้งานไฟฟ้า

หน่วยการใช้ไฟฟ้า จะปรากฎอยู่ในมิเตอร์ไฟฟ้าในแต่ละบ้าน ซึ่งตัวมิเตอร์ไฟฟ้าจะหมุนทำงานเมื่อมีการใช้งานไฟฟ้า ซึ่งจำนวนหน่วยจะมีวิธีคำนวนจาก กำลังไฟ และระยะเวลาที่ใช้งาน ซึ่งสูตรคำนวนจะมีดังนี้

กำลังใช้ไฟฟ้า (W) X จำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้า (คิดแยกตามชนิด) / 1000 X จำนวนชั่วโมงที่ใช้ใน 1 วัน = หน่วยต่อวัน (Unit)


ตัวอย่างการคำนวนหน่วยการใช้งานไฟฟ้า (คิดต่อหน่วย)

จากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับการยกตัวอย่างทางด้านบน เราจะคำนวนออกมาได้ค่าดังนี้

ฮีตเตอร์: (2000 x 1 / 1000) x 8 = 16 หน่วยต่อวัน (เดือนละ 480 หน่วย)


ดังนั้นจากตัวอย่างจะใช้ไฟฟ้าประมาณเดือนละ 480  หน่วย


วิธีการคำนวนค่าไฟฟ้า

จากตัวอย่างฮีตเตอร์นี้จะใช้ไฟฟ้าประมาณเดือนละ 480  หน่วย ซึ่งวิธีการคำนวนการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้านครหลวงจะเป็นอัตราก้าวหน้า โดยอัตราจะมีดังนี้ (อ้างอิงจากประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย) 

150 หน่วย แรก (หน่วยที่ 1 – 150) หน่วยละ 3.2484 บาท
250 หน่วยต่อไป (หน่วยที่ 151 – 400) หน่วยละ 4.2218 บาท
เกินกว่า 400 หน่วย (หน่วยที่ 401 เป็นต้นไป) หน่วยละ 4.4217 บาท


รวมเป็นเงิน 487.26 + 1,055.45 + 353.73 = 1,896.44 บาท (ก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม)


การยืดอายุฮีตเตอร์ (using heater),การ บำรุง รักษา Heater ,วิธี ใช้ Heater

การยืดอายุฮีตเตอร์ (using heater),การ บำรุง รักษา Heater ,วิธี ใช้ Heater


การยืดอายุฮีตเตอร์ ฮีตเตอร์ไฟฟ้า ฮีตเตอร์ความร้อน using heater


การยืดอายุฮีตเตอร์

การยืดอายุฮีตเตอร์ 

สรุปว่ายืดได้ครับ ฮีตเตอร์ที่ถูกออกแบบมาอย่างเหมาะสม สามารถมีอายุการใช้งานเป็นปี ๆ
แต่บ่อยครั้งที่เราพบปัญหาอายุการใช้งานของ ฮีตเตอร์ ที่สั้นผิดปกติ ปัญหาอาจเกิดขึ้นจากทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ แต่บางครั้งเราสามารถยืดอายุการใช้งานของฮีตเตอร์ได้ เพียงปฏบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้


1. ใช้งานตามค่ากำหนดของฮีตเตอร์ เช่น การจ่ายไฟให้ฮีตเตอร์ ควรตรงตามค่าแรงดันไฟที่ระบุไว้

2. หากในชุดฮีตเตอร์ มีเส้นฮีตเตอร์มากกว่า 1 เส้นขึ้นไป ควรตรวจสอบการต่อขั้วไฟหรือการต่อสะพานไฟ ของฮีตเตอร์ให้ถูกต้อง การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการต่อสะพานไฟ เช่น เปลี่ยนจากการต่อแบบสตาร์ 

(Y) เป็นเดลต้า (Δ) อาจส่งผลให้ชุดฮีตเตอร์ทำงานเกินขีดจำกัดของตัวเองได้

3. ดูแลรักษาขั้วไฟของฮีตเตอร์ ให้สะอาดอยู่สม่ำเสมอ และต้องแน่นอยู่เสมอ

4. ฮีตเตอร์แต่ละชนิดมีความแตกต่างในสภาวะการใช้งาน เช่น ฮีตเตอร์บางชนิดควรใช้ในอากาศ หรือบางชนิดควรใช้ในของเหลว เพราะฉะนั้นไม่ควรสลับเปลี่ยนสภาวะการใช้งานของฮีตเตอร์ ควรเลือกใช้ให้ถูกต้อง

5. ต่อเนื่องจากข้อ 4 หากฮีตเตอร์ทำงานอยู่ในสภาวะใด ควรคงสภาพนั้นให้ต่อเนื่องที่สุด เช่น หากใช้งาน
ในอากาศ ต้องมีลมถ่ายเทออกอยู่ตลอดเวลาหรือใช้งานในของเหลวก็ไม่ควรปล่อยให้ของเหลวแห้ง
ขอด เพราะหลักการทำงานของ ฮีตเตอร์ คือ การนำพาความร้อนจากวัตถุหนึ่งไปสู่อีกวัตถุหนึ่ง โดยอาศัยตัวกลาง เช่น น้ำ หรืออากาศ


6. หากมีตัวควบคุมอุณหภูมิ (Thermostat) ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้เป็นปกติ
มิฉะนั้นหากตัวควบคุมอุณหภูมิเสีย จะทำให้ฮีตเตอร์ทำงานหนักเกินขีดจำกัด


7. บ่อยครั้งที่ตัวฮีตเตอร์มีคราบสกปรก หรือมีตะกรันเกาะอยู่ ทำให้ความร้อนถ่ายเทออกจากฮีตเตอร์ไม่ดี
เมื่อมีความร้อนสะสมที่จุดนั้น อาจทำให้ตัวฮีตเตอร์เสียหาย เช่น มีรอยร้าว แตกปริ
ส่งผลให้ลวดความร้อนที่อยู่ภายในขาดในที่สุด


8. หากเป็นฮีตเตอร์ที่ตัวฮีตเตอร์ต้องแนบติดกับชิ้นงานหรือใส่ลงไปในช่องชิ้นงานควรเลือกฮีตเตอร์
ให้มีขนาดเหมาะสม และแนบกับชิ้นงานให้ได้มากที่สุด โดยทั่วไปแล้วความร้อนจะถ่ายเทได้ดีที่สุดกับ
ของแข็ง ตามด้วยของเหลวและอากาศ หากมีช่องว่างระหว่างฮีตเตอร์กับชิ้นงานมากเกินไป
จะทำให้ประสิทธิภาพของการถ่ายเทความร้อนลดลง

ฮีตเตอร์ไทเทเนียม (Titanium for heater)คืออะไร,ฮี ต เตอร์ ความร้อน ,วงจร ฮี ต เตอร์ ,วงจร ควบคุมอุณหภูมิ ฮี ต เตอร์ ,ฮี ต เตอร์ ส แตน เล ส ,ค่าความต้านทาน ฮี ต เตอร์ ,หลักการ ทำงาน ของ ฮี ต เตอร์ ,วิธีทำ ฮี ต เตอร์ ,ทฤษฎี ขดลวดความร้อน


ฮีตเตอร์ไทเทเนียม (Titanium for heater)คืออะไร,ฮี ต เตอร์ ความร้อน ,วงจร ฮี ต เตอร์ ,วงจร ควบคุมอุณหภูมิ ฮี ต เตอร์ ,ฮี ต เตอร์ ส แตน เล ส ,ค่าความต้านทาน ฮี ต เตอร์ ,หลักการ ทำงาน ของ ฮี ต เตอร์ ,วิธีทำ ฮี ต เตอร์ ,ทฤษฎี ขดลวดความร้อน



ไทเทเนียม สำหรับ งานอุตสาหกรรม


ไทเทเนียม สำหรับ งานอุตสาหกรรม


ไทเทเนียมคือโลหะมีความแข็งกว่าอลูมิเนียม 2 เท่า มีน้ำหนักเบา มีสีเทาขาวเนื้อเงา น้ำหนักเบากว่าเหล็ก 50% ไม่เกิดสนิม ไม่เป็นสื่อแม่เหล็ก สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ ไททาเนียมนิยมเลือกใช้เป็นวัสดุสำหรับการผลิตสินค้าในด้านต่างๆ เช่น ด้านการบินและอวกาศ เนื่องจากน้ำหนักที่เบา ด้านการแข่งรถ เพราะมีความยืดหยุ่นสูง ด้านการแพทย์เนื่องจากไม่มีการต่อต้านจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ด้านเครื่องใช้ เช่น นาฬิกา และแว่นตา เนื่องจากคุณสมบัติที่ไม่สร้างความระคายเคืองแก่ผิวหนัง และมีน้ำหนักเบามีคุณสมบัติทนทานในการที่จะ กรดทนด่างไม่เปลี่ยนสี, แพ้ไม่มีไม่บิดเบือน ยากสดใส ส่วนใหญ่ใช้ในการแพทย์นาฬิการาคาแพง, ปากกา, และอุตสาหกรรมหลายด้าน

ไททาเนียมแบ่งออกเป็นหลายเกรด ไทเทเนียมเกรด 1 2 3 และ 4 จึงมีส่วนประกอบที่ค่อนข้างบริสุทธิ์ประมาณ 99% ของเนื้อโลหะจะเป็นไททาเนียม เกรดที่สูงขึ้นกว่านี้ หมายถึงมีการผสมโลหะอื่นเข้าไปในเนื้อไทเทเนียม เช่น คาร์บอน เหล็ก ไนโตรเจน ออกซิเจน และ ไฮโดรเจน เพื่อเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติ
ไทเทเนียมตั้งแต่เกรด 5 ขึ้นไป จะผสมไปด้วยโลหะหลายๆประเภท เช่น อะลูมิเนียม วานาเดียม (Vanadium) คาร์บอน ไฮโดรเจน เหล็ก ไนโตรเจน ออกซิเจน ซึ่งเราเรียกโลหะผสมเหล่านี้รวมๆว่า ‘ อัลลอย ‘ (Alloy) สาเหตุที่นักวิจัยพยายามเพิ่มอัลลอยเหล่านี้เข้าไปในเนื้อ ไทเทเนียม เนื่องจากต้องการให้เนื้อโลหะมีความทนทานในการใช้งานมากขึ้น ซึ่งสูงถึง 2 – 3 เท่าเมื่อเทียบกับไทเทเนียมเกรด 1 หรือ 2 หรือแม้กระทั่งเหล็ก ทนทานต่อสนิมที่เกิดจากน้ำเค็ม กรด และด่าง และสารเคมีต่างๆ 

ในขณะเดียวกัน คุณสมบัติทางด้านการไม่สร้างความระคายเคืองกับส่วนต่างๆของร่างกาย เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของนิกเกิลก็ยังคงมีอยู่ ทำให้ไทเทเนียม เกรด 5 ขึ้นไปสามารถนำไปปรับใช้ ในการผลิตวัสดุสำหรับงานประเภทต่างๆได้หลากหลายยิ่งขึ้น ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวจึงทำให้เหมาะอย่างยิ่ง ในการผลิต
ฮีตเตอร์ที่ใช้ในอุตสาหกรรม

ฮีตเตอร์ไทเทเนียมคืออะไร

จะเป็นฮีตเตอร์ที่มีความทนทานต่อสภาพความเป็นกรดสูง ตามเกรด 1 2 3 4 เพราะมีส่วนประกอบค่อนข้างบริสุทธิ์ ทำให้ทนทานต่อสนิมที่เกิดจากน้ำเค็ม กรด และด่าง และสารเคมีต่างๆ




การต่อฮีตเตอร์ (connecting for heater),การต่อ วงจร ฮี ต เตอร์ 220v ,วงจรควบคุมฮีตเตอร์ ,หากระแส ฮี ต เตอร์ 3 เฟส ,สูตรคำนวณ วัตต์ heater ,ต่อ Heater แบบ Star ,การต่อแบบ สตาร์ เดลต้า ,ฮีตเตอร์ความร้อน, การต่อมอเตอร์แบบสตาร์ เดลต้า ต่างกันอย่างไร

การต่อฮีตเตอร์ (connecting for heater),การต่อ วงจร ฮี ต เตอร์ 220v ,วงจรควบคุมฮีตเตอร์ ,หากระแส ฮี ต เตอร์ 3 เฟส ,สูตรคำนวณ วัตต์ heater ,ต่อ Heater แบบ Star ,การต่อแบบ สตาร์ เดลต้า ,ฮีตเตอร์ความร้อน, การต่อมอเตอร์แบบสตาร์ เดลต้า ต่างกันอย่างไร


การต่อฮีตเตอร์คืออะไร

เป็นคำถามที่พบบ่อย วันนี้มาว่ากันเรื่องต่อไฟของฮีตเตอร์แบบสตาร์และแบบเดลต้ากัน ปกติแล้วไฟฟ้าแบบ 3 เฟสบ้านเราจะเป็น 380V มาดูตัวอย่างกัน




การต่อฮีตเตอร์


แบบสตาร์ (3เฟส4สาย)
สูตรคำนวณแบบสตาร์

VL= √3 VF

IL=If แบบเดลต้า (3เฟส3สาย)
สูตรคำนวณแบบเดลต้า

VL=Vf

IL=√3 If


ตัวอย่าง ฮีตเตอร์ ต่อแบบสตาร์รุ่น AH-10X400-380VY-6000W(S2) แทนค่าในสูตรได้ดังนี้

VL=√3 x220 IL=If สูตรหากระแส E(w)=VI VL=Vf IL=√3xIf สูตรหากระแส E(w)=VI
VL=381V IL=2000/220 VL=380V IL=(2000/380)x√3
IL=9A IL=9.1A


สรุป การต่อไฟทั้ง2แบบ แรงดัน (โวลท์) ที่ตกคร่อมตัว ฮีตเตอร์จะไม่เท่ากัน แต่สุดท้ายแล้วฮีตเตอร์ต้องกินกระแสรวมเท่ากัน


และในส่วนของคำถามว่า 3 เฟสต่อแบบสตาร์ แต่ไม่ต่อสายนิวตรอน (N) จะมีผลต่อกำลังวัตต์หรือไม่


จากการที่ได้ทดลองต่อใช้งานจริงๆ ผลปรากฏว่า จะต่อหรือไม่ต่อ ก็จะไม่มีผลต่อกำลังวัตต์ครับ แรงดัน(V)ที่ตกคร่อมที่ตัวฮีตเตอร์ยังคงเท่าเดิม

การต่อฮีตเตอร์ การต่อฮีตเตอร์แบบขนาน การต่อฮีตเตอร์แบบอนุกรม การต่อวงจรฮีตเตอร์220v วิธีเช็คฮีตเตอร์ connecting for heater


ฮีตเตอร์หลอดแก้ว (quartz heater)คืออะไร ,หลอด ฮี ต เตอร์ 220V, หลอดฮีตเตอร์ อินฟราเรด ราคา ,ฮี ต เตอร์ ไทเทเนียม, หลอดฮีตเตอร์ เตาอบ

ฮีตเตอร์หลอดแก้วคืออะไร (quartz heater) ,หลอด ฮี ต เตอร์ 220V, หลอดฮีตเตอร์ อินฟราเรด ราคา ,ฮี ต เตอร์ ไทเทเนียม, หลอดฮีตเตอร์ เตาอบ

ฮีตเตอร์หลอดแก้วคืออะไร

Acid quartz heater ทำไมแก้วถึงทนกรดได้? ฮีตเตอร์หลอดแก้ว ฮีตเตอร์แท่งแก้ว ฮีตเตอร์ต้มน้ำแบบจุ่ม quartz heater 

แบ่งคำตอบเป็น 2 ส่วนหลักๆ
1. เพราะแก้วมีโครงหลักเป็น Silicate หรือ ซิลิกอนจับกับออกซิเจน 4 ตัวด้วยพันธะโควาเลนท์
2. เพราะพันธะโควาเลนท์ระหว่างซิลิกอนกับออกซิเจนนั้นเสถียรมากๆ



ฮีตเตอร์หลอดแก้วฮีตเตอร์หลอดแก้ว



และแก้วไม่ทนเบสครับ แต่ส่วนที่ทนเบสก็มี โดยเฉพาะเบสออกซิเจนแรงๆเช่นโซดาไฟเข้มข้น

1. พันธะแต่ละชนิดนั้นมีลักษณะการเกิดปฏิกิริยาไม่เหมือนกัน
เช่น พันธะโลหะนั้น โดยเนื้อแท้แล้วเป็นเหมือน"ทะเล"ของอิเล็กตรอน ซึ่งทำหน้าที่ยึดโครงสร้างไว้ได้ก็จริง แต่ก็อนุญาตให้อิเล็กตรอนเคลื่อนไปมาได้อย่างเสรีทั่วทั้งก้อนของโลหะ
ดังนั้นพอมีตัวรับอิเล็กตรอนที่ดี เช่น H+ ในกรดเข้ามา โลหะที่ชอบจ่ายอิเล็กตรอน(เช่นพวกหมู่1) ก็จะสามารถจ่ายอิเล็กตรอนไปทำปฏิกิริยาได้โดยสะดวก
อันนี้ต่างกับพันธะโควาเลนท์ที่มีธรรมชาติคือการ"ตรึง"อิเล็กตรอนให้อยู่ในพันธะระหว่างอะตอมสองอะตอม อิเล็กตรอนจึงไม่สามารถกระโดดไปมาได้ตามใจชอบ ไม่สามารถเอาไปทำปฏิกิริยากับ H+ เฉยๆได้โดยง่าย

ส่วนเรื่องหินก็ต้องถามว่าหินชนิดไหน เพราะมีหลายชนิดมาก บางชนิดถ้าเกิดจากแร่ที่ทนกรดก็อาจจะไม่ทำปฏิกิริยาก็ได้
ถ้าพูดถึงหินพวกหินปูน จุดที่มันทำปฏิกิริยาคือตัวคาร์บอเนตในแคลเซียมคาร์บอเนต
แคลเซียมคาร์บอเนตนั้นยึดกันด้วยพันธะไอออนิกซึ่งมีธรรมชาติคือแรงระหว่างประจุบวกกับประจุลบ
ดังนั้นการสลับตัวประจุบวกจึงเกิดขึ้นได้ง่าย เช่น พอเจอH+ ในกรด ก็จะมีการแลกเปลี่ยนระหว่างแคลเซี่ยม Ca2+ กับไฮโดรเจนของกรด เกิดเป็นกรดคาร์บอนิก H2CO3
ซึ่งเจ้ากรดคาร์บอนิกนี้ไม่เสถียรและสลายตัวให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำ
ซึ่งจะอธิบายต่อไปเพราะมันเกี่ยวกับพลังงานพันธะโควาเลนท์

2. พันธะโควาเลนท์แต่ละแบบเองก็มีความแข็งแรงไม่เท่ากัน
ถ้ามองพลังงานพันธะของซิลิกอนกับธาตุอื่นๆละก็จะพบว่าพลังงานพันธะของซิลิกอนออกซิเจนนั้นเยอะเป็นอันดับ 2 รองลงมาจากซิลิกอน-ฟลูออรีน
(Si-O: 452 kJ/mol, Si-F: 565 kJ/mol)
ซึ่งถ้าเอาไปเทียบกับพันธะอื่นๆแล้วจัดว่าสูงมากๆ
ดังนั้น การจะสลายพันธะ Si-O เพื่อไปสร้างพันธะอื่นนั้นจึงทำได้ยากมากในเชิงเทอร์โมไดนามิกเพราะผลิตภัณฑ์ที่ได้นั้นส่วนมากจะมีความเสถียรน้อยกว่าสารตั้งต้นทั้งสิ้น
ทั้งนี้ ด้วยสาเหตุเดียวกัน ถ้าใช้กรดไฮโดรฟลูออริก (HF) ทำปฏิกิริยากับแก้ว ซิลิกอนในแก้วที่ชอบทำพันธะซิลิกอน-ฟลูออรีนอันแข็งแรงก็จะทำปฏิกิริยากับกรดและย้ายมาจับกับฟลูออรีนแทน

ด้วยสาเหตุคล้ายๆกัน กรดคาร์บอนิก ซึ่งมีพันธะเดี่ยวระหว่าง C-O ถึงสองพันธะ ซึ่ง C ชอบทำพันธะคู่กับ O มากกว่า เนื่องจากพลังงานพันธะคู่ C=O 1 พันธะมีค่ามากกว่าพลังงานพันธะเดี่ยว C-O 2 พันธะรวมกัน ปฏิกิริยานี้จึงเกิดขึ้นได้ง่าย
นอกจากนี้ปฏิกิริยานี้ยังทำให้เกิดก๊าซ CO2 ซึ่งในทางจลศาสตร์แล้ว ปฏิกิริยาจะมีสมดุลมาทางฝั่งที่เกิดก๊าซมากกว่า

ด้วยเหตุนี้ฮีตเตอร์ที่เป็นหลอดแก้ว จึงสามารถทนกรดได้ครับ ฮีตเตอร์หลอดแก้ว ฮีตเตอร์แท่งแก้ว ฮีตเตอร์ต้มน้ำแบบจุ่ม quartz heater 

ฮีตเตอร์หลอดแก้วราคา
1.ยาว 50 ซม, Dia 50 mm (pvc cover) Heat zone 30 ซม สายยาว 2 เมตร 220 โวลต์ 1000 วัตต์ 2 สาย
จำนวน 1-4 ราคาตัวละ 2200 บาท
จำนวน 5-8 ราคาตัวละ 2000 บาท
ตั้งแต่ 10 ราคาตัวละ 1900 บาท

2.ยาว 80 ซม, Dia 50 mm (pvc cover) Heat zone 50 ซม สายยาว 2 เมตร 220 โวลต์ 3000 วัตต์ 2 สาย
จำนวน 1-4 ราคาตัวละ 2200 บาท
จำนวน 5-8 ราคาตัวละ 2000 บาท
ตั้งแต่ 10 ราคาตัวละ 1900 บาท





ลวดความร้อน (Heating wire) ,ขดลวดความร้อน 220v ราคา ,ลวดความร้อนแบบปิด ,ลวดความร้อน คือ ,ขดลวดความร้อน เตาอบ ,ขดลวดความร้อน 12v ,วิธีต่อขดลวดความร้อน ,ขดลวดความร้อน มีกี่ แบบ ,ลวดความร้อนตัดโฟม

ลวดความร้อน (Heating wire) ,ขดลวดความร้อน 220v ราคา ,ลวดความร้อนแบบปิด ,ลวดความร้อน คือ ,ขดลวดความร้อน เตาอบ ,ขดลวดความร้อน 12v ,วิธีต่อขดลวดความร้อน ,ขดลวดความร้อน มีกี่ แบบ ,ลวดความร้อนตัดโฟม



ลวดฮีตเตอร์ ลวดทนความร้อน ฮีตเตอร์ขดลวด Heating wire


ลวดฮีตเตอร์คืออะไร? 

คือลวดร้อน เป็นลวดที่มีความต้านทานสูง เมื่อผ่านแรงดันไฟฟ้าเข้าไปในเส้นลวด ทำให้เกิดการร้อนแดงและให้ความร้อนสามารถนำไปประยุกต์ ใช้งานต่างๆได้หลากหลาย มักอยู่ในสายงานผลิต งานอุตสาหกรรมต่างๆ

ฮีตเตอร์ คือ?
เป็นอุปกรณ์ทางความร้อนในอุตสาหกรรมการผลิต ที่มีหลักการคือเมื่อมีกระแสไหลผ่านลวดตัวนำ ที่มีค่าความต้านทานสูง ลวดตัวนำจะร้อนแดง ดังนั้นเมื่อ ลวดที่ใช้ผลิตฮีตเตอร์จะต้องมีคุณสมบัติเหนียวมีความยืดหยุ่นและทนอุณหภูมิได้สูง ตามสเปคที่ต้องการได้ มีให้เลือกตามลักษณะการใช้งาน 500- 1400 องศา เซลเซียล

ลักษณะทั่วไปของฮีตเตอร์ คืออย่างไร?

การผลิตฮีตเตอร์โดยส่วนใหญ่ในตัวฮีตเตอร์จะมีผงฉนวนแม็กนีเซียมออกไซด์ M2O3 เพื่อการนำความร้อน(ยกเว้นฮีตเตอร์อินฟราเรด, ฮีตเตอร์รัดท่อและฮีตเตอร์แผ่น) อยู่ภายใน เพื่อทำหน้าที่กั้นเป็นฉนวนระหว่าง ขดลวดตัวนำกับผนังโลหะของฮีตเตอร์ ซึ่งผงฉนวนนี้จะมีคุณสมบัตินำความร้อนได้ดีมาก แต่จะมีค่าความนำทางไฟฟ้าต่ำ จึงใช้กันอย่างแพร่หลายในการผลิตฮีตเตอร์เป็นอย่างดี



ลวดความร้อน


ลวดความร้อน


ลวดความร้อน


ลวดความร้อน


ราคาลวดฮีตเตอร์ ลวดกลม
1>แบ่งออกตามเกรดอุณหภูมิใช้งาน อุณหภูมิใช้งาน ไม่เกิน 1100 องศาเซลเซียล

ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 0.2 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 0.3 ม.ม. ราคาเมตรละ 65บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 0.35 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 0.4 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 0.45 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 0.5 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 0.55 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 0.6 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 0.65 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 0.7 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 0.75 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 0.8 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 0.9 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท

*** ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ จำนวนมาก หรือเป็นกิโลโปรดติดต่อฝ่ายขาย **

2>แบ่งออกตามเกรดอุณหภูมิใช้งาน อุณหภูมิใช้งาน ไม่เกิน 1400 องศาเซลเซียล

ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 1 ม.ม. ราคาเมตรละ 100 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 1.2 ม.ม. ราคาเมตรละ 100 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 1.5 ม.ม. ราคาเมตรละ 100 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 2 ม.ม. ราคาเมตรละ 100 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 2.5 ม.ม. ราคาเมตรละ 100 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 3 ม.ม. ราคาเมตรละ 100 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 3.5 ม.ม. ราคาเมตรละ 100 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 4 ม.ม. ราคาเมตรละ 100 บาท

*** ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ จำนวนมาก หรือเป็นกิโลโปรดติดต่อฝ่ายขาย **


3> ลวดนิเกิล ส่วนประกอบของลวดชนิดนี้ประกอบด้วย นิเกิล 80% และโครเมี่ยม 20%
NiCr 80/20 มีคุณสมบัติ เหนียว เหมาะกับงานที่มีไอสารเคมี ไม่เสียรูปง่าย ไม่มีสนามแม่เหล็ก สามารถทนอุณหภูมิได้ 1100 องศา Cลวดฮีตเตอร์ ขนาด 1 ม.ม. ราคาเมตรละ 120 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 1.2 ม.ม. ราคาเมตรละ 120 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 1.5 ม.ม. ราคาเมตรละ 120 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 2 ม.ม. ราคาเมตรละ 120 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 2.5 ม.ม. ราคาเมตรละ 120 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 3 ม.ม. ราคาเมตรละ 120 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 3.5 ม.ม. ราคาเมตรละ 120 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ขนาด 4 ม.ม. ราคาเมตรละ 120 บาท


*** ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ จำนวนมาก หรือเป็นกิโลโปรดติดต่อฝ่ายขาย **


ราคาลวดฮีตเตอร์ ลวดแบน

ลวดฮีตเตอร์ ชนิดแบน 2 x 0.2 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ชนิดแบน 3 x 0.2 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ชนิดแบน 4 x 0.2 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ชนิดแบน 5 x 0.2 ม.ม. ราคาเมตรละ 65 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ชนิดแบน 10 x 0.2 ม.ม. ราคาเมตรละ 100 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ชนิดแบน 15 x 1 ม.ม. ราคาเมตรละ 120 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ชนิดแบน 15 x 2 ม.ม. ราคาเมตรละ 120 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ชนิดแบน 15 x 2.5 ม.ม. ราคาเมตรละ 120 บาท

ลวดฮีตเตอร์ ชนิดแบน 20 x 2 ม.ม. ราคาเมตรละ 120 บาท
ลวดฮีตเตอร์ ชนิดแบน 20 x 2.5 ม.ม. ราคาเมตรละ 120 บาท

*** ถ้าลูกค้าต้องการซื้อ จำนวนมาก หรือเป็นกิโลโปรดติดต่อฝ่ายขาย **


4> ฮีตเตอร์ขดลวด สำเร็จรูป ฮีตเตอร์คอยล์
ลูกค้าต้องแจ้ง ขนาด OD , Dia ของลวด , อุณหภูมิใช้งาน , จำนวน , ชนิดของลวด , แรงดันไฟฟ้า , ความต้านทาน , กำลังไฟฟ้า ,ลักษณะชนิดขั้วไฟฟ้า



ฮีตเตอร์อินฟราเรด (Infrared Heater) ,ฮีตเตอร์อินฟราเรดคืออะไร ,ฮีตเตอร์อินฟราเรดมีคุณสมบัติและลักษณะมีอะไรบ้าง ,ประโยชน์ของฮีตเตอร์อินฟราเรดและการนำไปใช้งาน ,คำนวณฮีตเตอร์อินฟราเรด, จำหน่ายฮีตเตอร์อินฟราเรด,ฮีตเตอร์อินฟราเรดให้ความร้อนกี่องศา,ฮีตเตอร์อินฟราเรดเซรามิค,ฮีตเตอร์อินฟราเรดควอทซ์

ฮีตเตอร์อินฟราเรด (Infrared Heater) ,ฮีตเตอร์อินฟราเรดคืออะไร ,ฮีตเตอร์อินฟราเรดมีคุณสมบัติและลักษณะมีอะไรบ้าง ,ประโยชน์ของฮีตเตอร์อินฟราเรดและการนำไปใช้งาน ,คำนวณฮีตเตอร์อินฟราเรด, จำหน่ายฮีตเตอร์อินฟราเรด,ฮีตเตอร์อินฟราเรดให้ความร้อนกี่องศา,ฮีตเตอร์อินฟราเรดเซรามิค,ฮีตเตอร์อินฟราเรดควอทซ์


การให้ความร้อนด้วย รังสีอินฟราเรด ฮีตเตอร์อินฟราเรด
ELECTRIC INFRARED HEATING , INFRARED HEATER

ฮีตเตอร์อินฟราเรดคืออะไร

ฮีตเตอร์อินฟราเรด infrared heater รังสีอินฟราเรด เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นยาวกว่าแสงที่มองเห็นได้ โดยอยู่ในช่วง 0.76 μm-1000 μm ความยาวคลื่นในช่วงนี้จะแบ่งย่อยลงไปอีกตามตารางที่ 1 แต่ในอุตสาหกรรมจะใช้ในช่วงตั้งแต่ความยาวคลื่นสั้นจนถึงประมาณ 25 μm


ฮีตเตอร์อินฟราเรด
ช่วงความถี่ของรังสี


ตารางที่ 1 ช่วงความยาวคลื่นของ รังสีอินฟราเรด ฮีตเตอร์อินฟราเรด
- ฮีตเตอร์อินฟราเรด รังสี อินฟราเรด สั้น 0.76μm - 2μm
- ฮีตเตอร์อินฟราเรด รังสี อินฟราเรด กลาง 2μm - 4μm
- ฮีตเตอร์อินฟราเรด รังสี อินฟราเรด ยาว 4μm - 1nm
 
ฮีตเตอร์อินฟราเรด


ฮีตเตอร์อินฟราเรด



ฮีตเตอร์อินฟราเรด ฮีตเตอร์อินฟราเรดแบบหลอด ฮีตเตอร์อินฟราเรดเซรามิค ฮีตเตอร์อินฟราเรด2000w ฮีตเตอร์อินฟราเรด1000w infrared heater

ฮีตเตอร์อินฟราเรด รังสีอินฟราเรด infrared แทบจะไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยา Photochemistry เมื่อถูกดูดกลืนโดยวัตถุ แต่พลังงานของรังสีจะกลายเป็นความร้อนเกือบทั้งหมด ดังนั้น ในแง่ของการถ่ายเทความร้อนจึงถือว่าเป็นปรากฏการณ์แผ่รังสีความร้อน ฮีตเตอร์อินฟราเรด

การให้ความร้อนด้วย รังสีอินฟราเรด ฮีตเตอร์ อินฟราเรด infrared
ฮีตเตอร์อินฟราเรด เป็นการใช้ประโยชน์จากความร้อนที่เกิดขึ้นจากการดูดกลืนพลังงาน (Dielectric Absorption) ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงอินฟราเรดที่ตกกระทบวัตถุ ไดอิเล็กทริก ในช่วงความถี่ดังกล่าว จะเกิดการดูดกลืนพลังงานในการ Resonance ระหว่างความถี่ของ คลื่นตกกระทบกับการสั่นเฉพาะตัวของอะตอมที่ประกอบเป็นวัตถุ ดังนั้น วัตถุแต่ละชนิดจึงมีสเปกตรัมการดูดกลืนแสงเฉพาะตัวต่อความถี่ (ความยาวคลื่น) หนึ่งๆ

เนื่องจาก รังสีอินฟราเรด ฮีตเตอร์อินฟราเรด infrared มีช่วงความถี่เชิงแสงที่มีค่าสูง พลังงานของคลื่นตกกระทบเกือบทั้งหมดจึงถูกดูดกลืนโดยชั้นพื้นผิว และลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อลึกเข้าไปในเนื้อวัตถุ แนวโน้มนี้จะปรากฏเด่นชัดในกรณีของรังสีอินฟราเรดใกล้ซึ่งมีความยาวคลื่นสั้น และความหนาแน่นพลังงานก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ฮีตเตอร์อินฟราเรด


ฮีตเตอร์อินฟราเรด high frequency heater จากคำอธิบายข้างต้น สามารถสรุปคุณสมบัติของการให้ความร้อนด้วย รังสีอินฟราเรด ได้ดังต่อไปนี้ ฮีตเตอร์อินฟราเรด
1) ฮีตเตอร์อินฟราเรด พลังงานความร้อนจะถ่ายเทให้วัตถุโดยตรงด้วยการแผ่รังสีโดยไม่ต้องใช้ตัวกลางถ่ายเทความร้อน จึงมีความร้อนสูญเสียต่ำ และสามารถให้ความร้อนอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน จะมีจุดอ่อนที่ให้ความร้อนส่วนที่เป็นเงาของวัตถุได้ยาก ฮีตเตอร์อินฟราเรด

2) ฮีตเตอร์อินฟราเรด infrared ความจุความร้อนของแหล่งกำเนิดรังสีและอุปกรณ์ให้ความร้อนมีค่าน้อยและ เป็นการให้ความร้อนด้วยการแผ่รังสี ดังนั้น จึงมีการตอบสนองต่อการควบคุมอุณหภูมิที่ดี สามารถควบคุมอุณหภูมิได้สะดวก เหมาะสมกับการควบคุมอัตโนมัติ ฮีตเตอร์อินฟราเรด

3) ฮีตเตอร์อินฟราเรด รังสีอินฟราเรด มีช่วงความถี่เชิงแสงที่มีค่าสูง ดังนั้น จึงเหมาะกับการให้ความร้อนบริเวณพื้นผิวของวัตถุไดอิเล็กทริก ฮีตเตอร์อินฟราเรด

4) ฮีตเตอร์อินฟราเรด วัตถุชนิดต่างๆ จะมีคุณลักษณะเฉพาะตัวในการดูดกลืนรังสีอินฟราเรดที่ตกกระทบ ดังนั้น จึงต้องเลือกใช้แหล่งกำเนิดรังสีที่มีคุณลักษณะเหมาะกับคุณลักษณะดังกล่าวของวัตถุเพื่อให้เกิดประสิทธิผลดี ฮีตเตอร์ อินฟราเรด

ฮีตเตอร์อินฟราเรด ฮีตเตอร์อินฟราเรดแบบหลอด ฮีตเตอร์อินฟราเรดเซรามิค ฮีตเตอร์อินฟราเรด2000w ฮีตเตอร์อินฟราเรด1000w infrared heater

แหล่งกำเนิด รังสีอินฟราเรด ฮีตเตอร์อินฟราเรด ที่ใช้กันมากได้แก่ หลอดรังสีอินฟราเรด ฮีตเตอร์อินฟราเรด และ ฮีตเตอร์ แบบ Quartz Tube หลอดรังสีอินฟราเรด มีอุณหภูมิสีของไส้หลอดประมาณ 2000-2500K ซึ่งมีค่าต่ำกว่า หลอดสำหรับให้แสงสว่างทั่วไป ช่วงความยาวคลื่นของรังสีที่แผ่ออกมามีค่าประมาณ 0.8-2.5 μm จึงใช้เป็นแหล่งกำเนิด รังสีอินฟราเรด radiation heater ใกล้เป็นหลัก (รูปที่ 1) โดยทั่วไปแก้วและควอตซ์จะไม่ยอมให้คลื่นที่มีความยาวคลื่นตั้งแต่ 4 μm ขึ้นไปทะลุผ่าน ดังนั้น กรณีที่ต้องการความยาวคลื่นยาวกว่านั้น จะใช้ Heating Element พวก Nichrome หรือแทนทาลัมในสภาพเปลือย ในกรณีนี้อุณหภูมิสีจะมีค่าประมาณ 700-1000K ช่วงความยาวคลื่นมีค่าประมาณ 2-10 μm ฮีตเตอร์อินฟราเรด




ฮีตเตอร์อินฟราเรด


ฮีตเตอร์อินฟราเรด

ฮีตเตอร์อินฟราเรด (Infrared Heater)

ฮีตเตอร์อินฟราเรด
ลักษณะ ฮีตเตอร์อินฟราเรด

ฮีตเตอร์อินฟราเรด Heater Feature เป็นฮีตเตอร์ลักษณะเป็นแท่งตรง มีทั้งแบบหลอดสีขาว(แก้วควอต) และสีดำ(เซรามิก)สามารถติดตั้งได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน มีขนาดเล็ก ให้ความร้อนไม่มีเปลวไฟ มีความปลอดภัยสูง ขั้วไฟฟ้าอาจเป็นแบบเซรามิก หรือสแตนเลสก็ได้ ความโตของหลอดเป็นมาตราฐานที่ 10,14,18,20 มิลลิเมตร ความยาวของหลอดทั่วไปไม่ควรเกิน 2,500 มิลลิเมตร ฮีตเตอร์อินฟราเรด

คุณสมบัติ ฮีตเตอร์อินฟราเรด

เป็น ฮีตเตอร์อินฟราเรด Heater characteristics ที่ทำงานแบบแผ่รังสีความร้อน ลักษณะเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้ชิ้นงานที่ได้รับเกิดโมเลกุลสั่น ใช้ได้ผลดีมากกับวัตถุที่มีขนาดโมเลกุลค่อนข้างใหญ่ มีทั้งคลื่นความถี่แบบ ยาว กลาง และสั้น สามารถให้ความร้อนกับชิ้นงานที่มีความหนา แต่ไม่ควรมีความมันวาว สามารถประหยัดค่าพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับฮีตเตอร์แบบอื่น และจะประหยัดค่าพลังงานไฟฟ้า เพิ่มอีกเมื่อใช้งานร่วมกับโคมสะท้อนแสงอินฟราเรด ฮีตเตอร์อินฟราเรด

ฮีตเตอร์อินฟราเรด เป็นการส่งผ่านความร้อนแบบแผ่รังสี ( เหมือนกับที่ดวงอาทิตย์ส่งความร้อนมายังโลก ) จึงมีประสิทธิภาพสูง ความสูญเสียต่ำ ประหยัดไฟได้ 30-50%


- ฮีตเตอร์อินฟราเรด สามารถให้ความร้อนวัตถุได้ถึงเนื้อใน จึงทำให้ประหยัดเวลาได้ 1-10 เท่า ( การให้ความร้อนแบบการพา และการนำความร้อนจะทำให้วัตถุร้อนเฉพาะที่ผิว แล้วค่อยๆ ซึมเข้าไปเนื้อในจึงใช้เวลามาก
- ฮีตเตอร์อินฟราเรด มีขนาดเล็กกว่าฮีตเตอร์แบบทั่วๆ ไป ทำให้ประหยัดเนื้อที่
- ฮีตเตอร์อินฟราเรด การติดตั้ง และการถอดเปลี่ยนเพื่อซ่อมบำรุงง่าย
- ฮีตเตอร์อินฟราเรด มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากไม่มีเปลวไฟ ตัวเรือนมีความเป็นฉนวนสูง ไฟไม่รั่ว
- ฮีตเตอร์อินฟราเรด ให้รังสีช่วง 3-10 µm. ซึ่งเป็นช่วงที่วัสดุเกือบทุกชนิดสามารถดูดซับรังสีได้ดี

การใช้งานฮีตเตอร์อินฟราเรด การประยุกต์ใช้งานฮีตเตอร์อินฟราเรด

การใช้งาน ฮีตเตอร์อินฟราเรด ควรระบุให้ชัดเจนถึงแบบ ว่าจะติดตั้งแบบใด แนวตั้งหรือแนวนอน หลอดอินฟราเรดมีความเปราะแตกง่าย ควรคำนวนปริมาณความร้อนให้เหมาะสม อีกทั้งแรงดันไฟฟ้าที่ใช้งาน และพยายามติดตั้งให้อยู่ใกล้ชิ้นงานมากที่สุด อาจออกแบบตู้ครอบเพื่อความสะดวกในการใช้งานก็ได้การใช้งานอาจใช้ร่วมกับตัวควบคุมอุณหภูมิ หรือใช้ร่วมกับอุปกรณ์ที่ใช้ตั้งเวลาในการทำงานก็ได้ ตัวอย่างการอบ เช่น อบกาว อบวานิส เซรามิก อบผิว อาหารสัตว์ อบพลาสติก อบสีสกีนเสื้อ อบแห้ง อบไล่ความชื้น อบเพื่อควบคุมอุณหภูมิ อบหม้อแปลง อบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ฮีตเตอร์อินฟราเรด


- ฮีตเตอร์อินฟราเรด ใช้ในการอบแห้งต่างๆ เช่น สี, แลกเกอร์, กาว, เมล็ดพันธุ์พืช, อีพอกซี
- ฮีตเตอร์อินฟราเรด ใช้กับอุตสาหกรรมพลาสติก อบพลาสติกให้อ่อนตัวก่อนนำไปเข้าเครื่องเป่า
- ฮีตเตอร์อินฟราเรด ใช้กับอุตสาหกรรมอาหาร ขนมปัง เบเกอรี่
- ฮีตเตอร์อินฟราเรด ใช้ในวงการแพทย์ เช่น การอบฆ่าเชื้อ, ห้องอบเด็กทารก
- ฮีตเตอร์อินฟราเรด ใช้กับอุตสาหกรรมเคลือบผิวต่างๆ เช่น เคลือบสี, ผิว, เซรามิค, มีรามีน


ประโยชน์การนำไปใช้งาน ฮีตเตอร์อินฟราเรด


ฮีตเตอร์อินฟราเรด เป็นตัวกำเนิดแสงอินฟราเรดซึ่งเป็นแสงที่มีคลื่นยาวที่ไม่สมารถมองเห็นได้ด้วยตามนุษย์ซึ่งรังษีคลื่นความยาวนี้จะทำให้โมเลกุลของวัตถุที่ได้รับรังสีนี้เข้าไปเกิดการสั่น ซึ่งก่อให้เกิดความร้อนขึ้น ซึ่งหลักการนี้จะมีประสิทธิภาพมากเมื่อนำไปประยุกต์ใช้กับวัตถุที่มีโครงสร้างโมเลกุลขนาดใหญ่ หรือวัตถุที่มีโมเลกุลเกาะเรียงกันเป็นแถวยาว เช่น สี ,กาว ,อาหาร ,พลาสติก ,แลกเกอร์


infrared heater

คุณลักษณะเด่นของ ฮีตเตอร์อินฟราเรด  ฮีตเตอร์อินฟราเรดแบบหลอด ฮีตเตอร์อินฟราเรดเซรามิค ฮีตเตอร์อินฟราเรด2000w ฮีตเตอร์อินฟราเรด1000w infrared heater

• ฮีตเตอร์อินฟราเรด เป็นการส่งผ่านความร้อนแบบแผ่รังสี (แบบเดียวกับที่ดวงอาทิตย์ส่งความร้อนมายังโลก) จึงมีประสิทธิภาพสูง ความสูญเสียต่ำ (ประหยัดไฟ 30-50%)

• ฮีตเตอร์อินฟราเรด สามารถให้ความร้อนกับวัตถุได้ถึงเนื้อในจึงทำให้ประหยัดเวลาได้ 1 ถึง 10 เท่า (การให้ความร้อนแบบการนำและการพาจะทำให้วัตถุร้อนเฉพาะที่ผิว แล้วค่อย ๆ ซึมเข้าไปเนื้อในจึงใช้เวลามาก)

• ฮีตเตอร์อินฟราเรด ให้ความปลอดภัยสูง เพราะไม่มีเปลวไฟและไฟไม่รั่ว

• ฮีตเตอร์อินฟราเรด ขนาดเล็กกว่าการให้ความร้อนแบบทั่ว ๆ ไป ทำให้ประหยัดเนื้อที่


ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำความร้อน


การให้ความร้อนจะมีอยู่ 3 วิธีหลัก ๆ คือ การพาความร้อน ,การนำความร้อน ,และการแผ่รังสีความร้อน
1.การพาความร้อน

คือ การให้ความร้อนแก่ตัวกลาง (โดยมากเป็นของไหล เช่น อากาศหรือน้ำ) จากนั้นก็พาตัวกลางที่ถูกทำให้ร้อนเคลื่อนที่ไปสู่วัตถุเป้าหมาย ข้อเสียของวิธีนี้คือ ความร้อนของวัตถุเป้าหมายจะขึ้นช้า (ซึ่งหมายถึงจะต้องพึ่งระบบหมุนเวียน ตัวกลาง เช่น พัดลมหรือใบพัดกวนของเหลว ในกรณีที่ตัวกลางเป็นของเหลว) และจะมีความสูญเสียความร้อนมาก อย่างไรก็ดีวิธีนี้ก็ยังคงเป็นที่นิยมที่สุด เนื่องจากเป็นระบบที่ง่ายแก่ความเข้าใจ สามารถหาแหล่งความร้อนได้ง่าย เช่น น้ำมัน ,ก๊าซ ,หรือฮีตเตอร์ทั่ว ๆ ไป ฮีตเตอร์อินฟราเรด

2.การนำความร้อน

จะคล้ายกับการพาความร้อน แต่จะใช้ตัวกลางที่มีการนำความร้อนได้ดี ซึ่งมักจะเป็นโลหะความร้อนจะถูกนำจากปลายข้างหนึ่งของตัวกลางไปสู่ปลายอีกข้างโดยที่ตัวกลางเองจะไม่เคลื่อนที่ (การพาความร้อนนั้นตัวกลางจะเคลื่อนที่จากแหล่งความร้อนไปสู่วัตถุเป้าหมาย

3.การแผ่รังสีความร้อน

จะเป็นการแผ่รังสีที่มีคลื่นยาวไปยังวัตถุเป้าหมาย ซึ่งแสงคลื่นยาวจะทำให้โมเลกุลของวัตถุเป้าหมายสั่น ซึ่งส่งผลให้เกิดความร้อนขึ้น วิธีการนี้จะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดถ้าเลือกวัตถุเป้าหมายที่เหมาะสม เนื่องจากพลังงานความร้อนประเภทนี้จะอยู่ในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสงมายังวัตถุ (แบบเดียวกับการที่ดวงอาทิตย์ส่งความร้อน มายังโลก)


infrared heater


ข้อควรระวังการใช้งาน ฮีตเตอร์อินฟราเรด

- การให้ความร้อนแบบ อินฟราเรด ฮีตเตอร์อินฟราเรด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ตัววัตถุจะต้องดูดซับรังสีได้ดีดังนั้น วัตถุบางชนิดที่มีผิวมันวาวหรือมีคุณสมบัติในการสะท้อนแสงได้ดีจะไม่เหมาะกับการให้ความร้อนด้วยวิธีนี้

- ถ้าต้องการควบคุมอุณหภูมิ พยายามวางหัววัดอุณหภูมิ(เทอร์โมคับเบิล)ให้ใกล้วัตถุมากที่สุดหรือใช้หัววัดอุณหภูมิแบบอินฟราเรด

- ในการติดตั้งฮีตเตอร์อินฟราเรด ควรติดตั้งคู่กับโคมสะท้อนแสง เพราะนอกจากช่วยสะท้อนความร้อนได้ดีแล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้หลอดแตกหักอีกด้วย

- ฮีตเตอร์อินฟราเรดสีดำ วัสดุทำจากเซรามิก ฮีตเตอร์อินฟราเรดสีขาว วัสดุทำจากแก้ว ควรเลือกใช้งานให้ถูกต้องเหมาะสม


การสั่งซื้อ ฮีตเตอร์อินฟราเรด


ฮีตเตอร์อินฟราเรด ควรดูลักษณะการใช้งานของลูกค้าเป็นหลัก ว่าชิ้นงานที่ต้องการให้ความร้อนเป็นชิ้นงานลักษณะไหน พื้นที่ที่ต้องการกำหนดในการใช้งานมีขนาดเท่าไร อุณหภูมิที่ต้องการ ระยะเวลาที่ต้องการ ลักษณะการควบคุมในเชิงไฟฟ้า หรือทางกล ขนาดของตัวตัดกระแสไฟฟ้าที่มีอยู่ บุคคลที่ใช้ในการควบคุมว่ามีความรู้มากน้อยแค่ไหน อาจมีการร่างแบบที่ต้องการมาคร่าวๆด้วย เมื่อได้ข้อมูลดังกล่าวแล้ว

จึงจะสามารถกำหนด ฮีตเตอร์อินฟราเรด Selecting a heater

แรงดันไฟฟ้า ,ขนาดกำลังวัตต์ทางไฟฟ้า ,ขนาดความโตของหลอดฮีตเตอร์ ,ขนาดความยาวของหลอดฮีตเตอร์,ขนาดของตู้ครอบฮีตเตอร์,ลักษณะแบบของหลอดฮีตเตอร์,ลักษณะชุดควบคุมการทำงานของฮีตเตอร์,ขนาดของอุปกรณ์ไฟฟ้า ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

infrared heater
ขนาดฮีตเตอร์อินฟราเรด
ฮีตเตอร์ ชนิด อินฟราเรด (INFRARED HEATER) ขาว หรือ ดำ
A = ใช้เฉพาะแนวนอน, B = ใช้ได้ทั้งแนวนอน และ แนวตั้ง, Q = แบบแท่งแก้ว
เส้นผ่าศูนย์กลางของท่อ (14 มม, 17 มม,20 มม)
ความยาวท่อ (mm) ไม่รวมขั้วเซรามิก
แรงดันไฟ (V) (110 V, 220V, 380V)
กำลังวัตต์ (W)
ความต้านทาน ถ้าทราบ

รูปตัวอย่างฮีตเตอร์

Sample heater

infrared heater

infrared heater
infrared heater
infrared heater


infrared heater


เครื่องปั่นไฟ (How does a generator work)คืออะไร,เครื่องปั่นไฟ 220v ,เครื่องปั่นไฟดีเซล ,เครื่องปั่นไฟ 5000w ราคา ,เช่าเครื่องปั่นไฟ ,เครื่องปั่นไฟ 220v ดีเซล ,เครื่องปั่นไฟเสียงเงียบ, เครื่องปั่นไฟใหญ่ ,เครื่อง ปั่นไฟ ขนาดเล็ก 220v ,เครื่องปั่นไฟพกพา


เครื่องปั่นไฟ (How does a generator work)คืออะไร,เครื่องปั่นไฟ 220v ,เครื่องปั่นไฟดีเซล ,เครื่องปั่นไฟ 5000w ราคา ,เช่าเครื่องปั่นไฟ ,เครื่องปั่นไฟ 220v ดีเซล ,เครื่องปั่นไฟเสียงเงียบ, เครื่องปั่นไฟใหญ่ ,เครื่อง ปั่นไฟ ขนาดเล็ก 220v ,เครื่องปั่นไฟพกพา


เครื่องปั่นไฟคืออะไร(Electric generator)


เครื่องปั่นไฟ (Electric generator) คือ เครื่องกลที่ใช้สำหรับแปลงพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยอาศัยหลักการทำงาน ว่าเมื่อสนามแม่เหล็กเคลื่อนที่ตัดขดลวด หรือขดลวดเคลื่อนที่ตัดสนามแม่เหล็กก็จะได้ไฟฟ้าออกมา
เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะประกอบด้วยส่วนที่สำคัญสองส่วนคือ ส่วนที่สร้างสนามแม่เหล็ก เรียกกว่า ฟิลด์ และส่วนที่สร้างแรงดันไฟฟ้าเรียกว่าอาเมเจอร์
ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง ฟิลด์จะเป็นส่วนที่อยู่กับที่ อาเมเจอร์จะเป็นส่วนที่เคลื่อนที่ แต่ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ ฟิลด์และอาเมเจอร์ สามารถเป็นได้ทั้งส่วนที่อยู่กับที่และส่วนที่หมุน
โดยในเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็ก จะสามารถสร้างได้ทั้งแบบฟิลด์และอาเมเจอร์หมุน แต่ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ จะสร้างได้แต่แบบอาเมเจอร์อยู่กับที่เท่านั้น เพราะจะมีปัญหาน้อยกว่า
แรงดันที่เกิดขึ้นในเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญสองตัวคือ ความเร็วรอบและเส้นแรงแม่เหล็ก
ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงเราสามารถเพิ่มแรงดันไฟฟ้าขึ้นได้โดย การปรับความเข้มของสนามแม่เหล็ก และเพิ่มความเร็วรอบของเครื่องกำเนิด แต่ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับการเพิ่มแรงดันโดยการเพิ่มความเร็วไม่ สามารถที่จะทำได้ เพราะจะทำให้ความถี่ของแรงดันไฟฟ้าที่ได้เปลี่ยนแปลงไป สามารถทำได้เพียงการปรับความเข้มของสนามแม่เหล็กเท่านั้น


เครื่องปั่นไฟฟ้ากระแสตรง (Dc Generator)
มอเตอร์ต้องใช้กระแสไฟฟ้าจากภายนอก ส่วนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ตรงกันข้ามกับมอเตอร์ ใช้แรงจากภายนอกหมุนขดลวด ตัดกับสนามแม่เหล็ก เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำขึ้น ในรูปมีแหวนแยก (split ring) หรือเรียกว่า คอมมิวเตเตอร์(commutator) เป็นส่วนที่สัมผัสกับแรงถ่าน (brushes) ทำหน้าที่เชื่อมต่อกระแสไฟฟ้าออกสู่ภายนอก ไฟฟ้าที่ได้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง (มีแต่ด้านบวกอย่างเดียว) ดูตัวอย่างการทำงานได้ตามภาพ



เครื่องปั่นไฟฟ้ากระแสสลับ (Ac Generator) เครื่องปั่นไฟ เครื่องปั่นไฟฟ้า ราคาเครื่องปั่นไฟ เครื่องปั่นไฟยี่ห้อไหนดี ทำงานกันอย่างไร How does a generator work
เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ แตกต่างจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง คือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับมีวงแหวนลื่น( slip ring) มีลักษณะเป็นวงแหวน 2 วง เมื่อขดลวดหมุนตัวจะทำให้ได้กระแสไฟฟ้าวิ่งกลับไปกลับมาในวงจร จึงเรียกว่าไฟฟ้ากระแสสลับ



จากภาพในช่วงเวลา 0 ถึง T/2 กราฟระหว่างกระแสไฟฟ้ากับเวลาของกระแสสลับจะเหมือนกับกระแสตรง แต่ในช่วงเวลา T/2 ถึง T กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับจะกลับทิศ

ถ้า ต่อตัวต้านทานกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับ กราฟระหว่างกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวต้านทานกับเวลา และความต่างศักย์ระหว่างปลายทั้งสองของตัวต้านทานกับเวลา จะเป็นดังนี้จากกราฟระหว่างกระแสไฟฟ้า กับเวลาด้านล่างของภาพ ช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงกระแสไฟฟ้าครบ 1 รอบ เรียกว่า คาบ ถ้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับหมุนด้วยความถี่ 1 รอบต่อวินาที ไฟฟ้ากระแสสลับจะมีความถี่ 1 เฮิรตซ์ ในประเทศไทย ความถี่ของไฟฟ้ากระแสสลับมีค่า 50 เฮิรตซ์ และความต่างศักย์เป็น 220 โวลต์ ดังนั้นถ้าต้องการทราบว่า

เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใดสามารถใช้งานในประเทศไทยได้ ต้องพิจารณาจากตัวเลขกำกับเครื่องนั้นๆ ซึ่งจะบอกความต่างศักย์และความถี่ว่ามีค่า 220 โวลต์ 50 เฮิรตซ์ หรือไม่ เพราะงานไฟฟ้าบางประเภทต้องการความถี่ที่แน่นอน เช่นการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าของนาฬิการไฟฟ้าบางชนิด เพราะถ้าความถี่แตกต่างจากที่กำหนดให้จะทำให้เครื่องใช้นั้นชำรุด หรือทำงานได้ไม่ดี

เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับในห้องทดลอง


เครื่องปั่นไฟฟ้า ทำงานกันอย่างไร
เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับพลังน้ำ

ไดนาโม

พ.ศ. 2374 ไมเคิล ฟาราเดย์ ค้นพบว่าถ้าเคลื่อนที่แท่งแม่เหล็กเข้าหรือออกจากขดลวดอย่างรวดเร็ว จะทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าไหลในขดลวดได้มากกว่าการเคลื่อนที่แท่งแม่เหล็กอย่างช้าๆ
ไดนาโม เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ที่มีหลักการเปลื่ยนพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยอาศัยหลักการเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้า โดยใช้ขดลวดและสนามแม่เหล็กจากแท่งแม่เหล็ก ตามหลักการของไมเคิล ฟาราเดย์

จาก การเปลี่ยนพลังงานกลให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ของไดนาโมนี้เอง เราจึงใช้พลังงานความร้อนจากแหล่งต่างๆ เช่น พลังงานจาการเผาไหม้เชื้อเพลิง พลังงานนิวเคลียร์ และพลังงานความร้อนใต้พิภพมาต้นน้ำให้เดือด เพื่อทำให้เกิดไอน้ำมาหมุนไดนาโมแล้วผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าออกมา
ไดนาโมมี 2 ชนิด คือ ไดนาโมกระแสตรงและไดนาโมกระแสสลับ มีส่วนประกอบที่สำคัญ คือขั้วแม่เหล็ก 2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือและขั้วใต้ ซึ่งทำให้เกิดสนามแม่เหล็ก
ขดลวดเป็นขดลวดตัวนำที่พันรอบแกนเหล็กอ่อน ซึ่งเรียกว่า ขดลวดอาร์เมเจอร์ใช้สำหรับหมุนตัดกับสนามแม่เหล็ก

วงแหวนลื่นหรือวงแหวนแยก และแปรงถ่าน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับวงจรภายนอก
ไดนาโมกระแสสลับ เป็นไดนาโมที่ผลิตไฟฟ้ากระแสสลับออกมาใช้งาน ปลายทั้งสองของขดลวดจะเชื่อมต่อกับวงแหวนลื่นแต่ละอัน
เมื่อหมุนขดลวดวงแหวนทั้งสองก็จะหมุนตามไปด้วยโดยแตะอยู่กับแปรงตลอดเวลา เมื่อขดลวดเคลื่อนที่ตัดกับสนามแม่เหล็ก (หมุน)
ก็จะทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำขึ้น ซึ่งกระแสไฟฟ้าที่เกิดจะไหลเข้าและออกจากปลายขดลวดแต่ละด้านกลับไปกลับมาทำ ให้เกิดไฟฟ้ากระแสสลับ
ไดนาโมกระแสตรง เป็นไดนาโมที่ผลิตไฟฟ้ากระแสตรงออกมาใช้งาน โดยที่ปลายทั้งสองของขดลวดจะเชื่อมต่อกับแต่ละด้านของวงแหวนผ่าซีก ซึ่งทำให้กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่เกิดขึ้นเมื่อขดลวดหมุนมีทิศทางการไหลไปใน ทางเดียวตลอดเวลา ดังนั้นกระแสไฟฟ้าที่ได้จึงเป็นไฟฟ้ากระแสตรง


วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2566

โซลาร์เซลล์ (Solar cell is) ,โซลาร์เซลล์ คือ, ติดตั้งโซลาร์เซลล์ ,โซล่าเซลล์ 5000w ราคา, โซลาร์เซลล์ เขียนอย่างไร, โซลาร์เซลล์ ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง ,โซล่าเซลล์ราคา ,ราคาแผงโซล่าเซลล์ สําหรับบ้าน, solar roof กระเบื้องหลังคาโซลาร์เซลล์


โซลาร์เซลล์ (Solar cell is) ,โซลาร์เซลล์ คือ, ติดตั้งโซลาร์เซลล์ ,โซล่าเซลล์ 5000w ราคา, โซลาร์เซลล์ เขียนอย่างไร, โซลาร์เซลล์ ช่วยแก้ปัญหาอะไรบ้าง ,โซล่าเซลล์ราคา ,ราคาแผงโซล่าเซลล์ สําหรับบ้าน, solar roof กระเบื้องหลังคาโซลาร์เซลล์

solarcell


Solar Cell หรือ PV มีชื่อเรียกกันไปหลายอย่าง เช่น เซลล์พลังแสงอาทิตย์ เซลล์สุริยะ หรือ เซลล์photovoltaic ซึ่งต่างก็มีที่มาจากคำว่า Photovoltaic โดยแยกออกเป็น photo หมายถึง แสง และ voltage หมายถึง แรงดันไฟฟ้า เมื่อรวมคำแล้วหมายถึง กระบวนการผลิตไฟฟ้าจากการตกกระทบของแสงบนวัตถุที่มีความสามารถในการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรงแนวความคิดนี้ได้ถูกค้นพบมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1839 แต่เซลล์แสงอาทิตย์ก็ยังไม่ถูกสร้างขึ้นมา จนกระทั่งใน ปี ค.ศ. 1954 จึงมีการประดิษฐ์เซลล์แสงอาทิตย์ และได้ถูกนำไปใช้เป็นแหล่งจ่ายพลังงานให้กับดาวเทียมในอวกาศ เมื่อ ปี ค.ศ. 1959 ดังนั้น สรุปได้ว่า

เซลล์แสงอาทิตย์ คือ สิ่งประดิษฐ์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำ เช่น ซิลิกอน (Silicon), แกลเลี่ยม อาร์เซไนด์ (Gallium Arsenide), อินเดียม ฟอสไฟด์ (Indium Phosphide), แคดเมียม เทลเลอไรด์ (Cadmium Telluride) และคอปเปอร์ อินเดียม ไดเซเลไนด์ (Copper Indium Diselenide) เป็นต้น ซึ่งเมื่อได้รับแสงอาทิตย์โดยตรงก็จะเปลี่ยนเป็นสถานะเป็นพาหะนำไฟฟ้า และจะถูกแยกเป็นประจุไฟฟ้าบวกและลบเพื่อให้เกิดแรงดันไฟฟ้าที่ขั้วทั้งสองของเซลล์แสงอาทิตย์ เมื่อนำขั้วไฟฟ้าของเซลล์แสงอาทิตย์ต่อเข้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสตรง กระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าสู่อุปกรณ์เหล่านั้น ทำให้สามารถทำงานได้

ประเภทของเซลล์แสงอาทิตย์ แบ่งตามวัสดุที่ใช้เป็น 3 ชนิดหลักๆ คือ
1.Single Crystalline Silicon Solar Cell
2.Polycrystalline Silicon Solar Cell
3.Amorphous Silicon Solar Cell

เซลล์แสงอาทิตย์ ที่ทำจากซิลิคอน ชนิดผลึกเดี่ยว (Single Crystalline Silicon Solar Cell) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Monocrystalline Silicon Solar Cell และชนิดผลึกรวม (Polycrystalline Silicon Solar Cell) ลักษณะเป็นแผ่นซิลิคอนแข็งและบางมากเซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากอะมอร์ฟัสซิลิคอน (Amorphous Silicon Solar Cell) ลักษณะเป็นฟิล์มบางเพียง 0.5 ไมครอน (0.0005 มม.) น้ำหนักเบามาก และประสิทธิภาพเพียง 5-10%
เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำอื่นๆ เช่น แกลเลี่ยม อาร์เซไนด์, แคดเมียม เทลเลอไรด์ และคอปเปอร์ อินเดียม ไดเซเลไนด์ เป็นต้น มีทั้งชนิดผลึกเดี่ยว (Single Crystalline) และผลึกรวม (Polycrystalline) เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากแกลเลี่ยม อาร์เซไนด์ จะให้ประสิทธิภาพสูงถึง 20-25%

โครงสร้างของเซลล์แสงอาทิตย์
โครงสร้างที่นิยมมากที่สุด ได้แก่ รอยต่อพีเอ็นของสารกึ่งตัวนำ สารกึ่งตัวนำที่ราคาถูกที่สุดและมีมากที่สุดบนโลก คือ ซิลิคอน จึงถูกนำมาสร้างเซลล์แสงอาทิตย์ โดยนำซิลิคอนมาถลุง และผ่านขั้นตอนการทำให้บริสุทธิ์ จนกระทั่งทำให้เป็นผลึก จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการแพร่ซึมสารเจือปนเพื่อสร้างรอยต่อพีเอ็น โดยเมื่อเติมสารเจือฟอสฟอรัส จะเป็นสารกึ่งตัวนำชนิดเอ็น (เพราะนำไฟฟ้าด้วยอิเล็กตรอนซึ่งมีประจุลบ) และเมื่อเติมสารเจือโบรอน จะเป็นสารกึ่งตัวนำชนิดพี (เพราะนำไฟฟ้าด้วยโฮลซึ่งมีประจุบวก) ดังนั้น เมื่อนำสารกึ่งตัวนำชนิดพีและเอ็นมาต่อกัน จะเกิดรอยต่อพีเอ็นขึ้น โครงสร้างของเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดซิลิคอน อาจมีรูปร่างเป็นแผ่นวงกลมหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัส ความหนา 200-400 ไมครอน (0.2-0.4 มม.) ผิวด้านรับแสงจะมีชั้นแพร่ซึมที่มีการนำไฟฟ้า ขั้วไฟฟ้าด้านหน้าที่รับแสงจะมีลักษณะคล้ายก้างปลาเพื่อให้ได้พื้นที่รับแสงมากที่สุด ส่วนขั้วไฟฟ้าด้านหลังเป็นขั้วโลหะเต็มพื้นผิว
หลักการทำงานทั่วไปของเซลล์แสงอาทิตย์

เมื่อมีแสงอาทิตย์ตกกระทบเซลล์แสงอาทิตย์ จะเกิดการสร้างพาหะนำไฟฟ้าประจุลบและบวกขึ้น ได้แก่ อิเล็กตรอนและ โฮล โครงสร้างรอยต่อพีเอ็นจะทำหน้าที่สร้างสนามไฟฟ้าภายในเซลล์ เพื่อแยกพาหะนำไฟฟ้าชนิดอิเล็กตรอนไปที่ขั้วลบ และพาหะนำไฟฟ้าชนิดโฮลไปที่ขั้วบวก (ปกติที่ฐานจะใช้สารกึ่งตัวนำชนิดพี ขั้วไฟฟ้าด้านหลังจึงเป็นขั้วบวก ส่วนด้านรับแสงใช้สารกึ่งตัวนำชนิดเอ็น ขั้วไฟฟ้าจึงเป็นขั้วลบ) ทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าแบบกระแสตรงที่ขั้วไฟฟ้าทั้งสอง เมื่อต่อให้ครบวงจรไฟฟ้าจะเกิดกระแสไฟฟ้าไหลขึ้น
ตัวอย่าง
เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดซิลิคอนที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว จะให้กระแสไฟฟ้าประมาณ 2-3 แอมแปร์ และให้แรงดันไฟฟ้าวงจรเปิดประมาณ 0.6 โวลต์ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าที่ได้จากเซลล์แสงอาทิตย์ไม่มากนัก ดังนั้นเพื่อให้ได้กำลังไฟฟ้ามากเพียงพอสำหรับใช้งาน จึงมีการนำเซลล์แสงอาทิตย์หลายๆ เซลล์มาต่อกันเป็น เรียกว่า แผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Modules) ลักษณะการต่อแผงเซลล์แสงอาทิตย์ขึ้นอยู่ว่าต้องการกระแสไฟฟ้าหรือแรงดันไฟฟ้า
หมายเหตุ


การต่อแผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบขนาน จะทำให้ได้กระแสไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น
การต่อแผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบอนุกรม จะทำให้ได้แรงดันไฟฟ้าสูงขึ้น

ขั้นตอนการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์
เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากซิลิคอนชนิดผลึกเดี่ยว (Single Crystal) หรือ Monocrystalline มีขั้นตอนการผลิต ดังนี้นำซิลิคอนที่ถลุงได้มาหลอมเป็นของเหลวที่อุณหภูมิประมาณ 1400 °C แล้วดึงผลึกออกจากของเหลว โดยลดอุณหภูมิลงอย่างช้าๆ จนได้แท่งผลึกซิลิคอนเป็นของแข็ง แล้วนำมาตัดเป็นแว่นๆ

 

นำผลึกซิลิคอนที่เป็นแว่น มาแพร่ซึมด้วยสารเจือปนต่างๆ เพื่อสร้างรอยต่อพีเอ็นภายในเตาแพร่ซึมที่มีอุณหภูมิประมาณ 900-1000 °C แล้วนำไปทำชั้นต้านการสะท้อนแสงด้วยเตาออกซิเดชั่นที่มีอุณหภูมิสูง

 

ทำขั้วไฟฟ้าสองด้านด้วยการฉาบไอโลหะภายใต้สุญญากาศ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องนำไปทดสอบประสิทธิภาพด้วยแสงอาทิตย์เทียม และวัดหาคุณสมบัติทางไฟฟ้า
เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากซิลิคอนชนิดผลึกรวม (Polycrystalline) มีขั้นตอนการผลิต ดังนี้นำซิลิคอนที่ถลุงและหลอมละลายเป็นของเหลวแล้วมาเทลงในแบบพิมพ์ เมื่อซิลิคอนแข็งตัว จะได้เป็นแท่งซิลิคอนเป็นแบบผลึกรวม แล้วนำมาตัดเป็นแว่นๆ
จากนั้นนำมาแพร่ซึมด้วยสารเจือปนต่างๆ และทำขั้วไฟฟ้าสองด้านด้วยวิธีการเช่นเดียวกับที่สร้างเซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากซิลิคอนชนิดผลึกเดี่ยว

 

เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากที่ทำจากอะมอร์ฟัสซิลิคอน มีขั้นตอนการผลิต ดังนี้ทำการแยกสลายก๊าซไซเลน (Silane Gas) ให้เป็นอะมอร์ฟัสซิลิคอน โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า เครื่อง Plasma CVD (Chemical Vapor Deposition) เป็นการผ่านก๊าซไซเลนเข้าไปในครอบแก้วที่มีขั้วไฟฟ้าความถี่สูง จะทำให้ก๊าซแยกสลายเกิดเป็นพลาสมา และอะตอมของซิลิคอนจะตกลงบนฐานหรือสแตนเลสสตีลที่วางอยู่ในครอบแก้ว เกิดเป็นฟิล์มบางขนาดไม่เกิน 1 ไมครอน (0.001 มม.)

 

ขณะที่แยกสลายก๊าซไซเลน จะผสมก๊าซฟอสฟีนและไดโบเรนเข้าไปเป็นสารเจือปน เพื่อสร้างรอยต่อพีเอ็นสำหรับใช้เป็นโครงสร้างของเซลล์แสงอาทิตย์
การทำขั้วไฟฟ้า มักใช้ขั้วไฟฟ้าโปร่งแสงที่ทำจาก ITO (Indium Tin Oxide)

 

เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากแกลเลี่ยม อาร์เซไนด์ มีขั้นตอนการผลิต ดังนี้ขั้นตอนการปลูกชั้นผลึก ใช้เครื่องมือ คือ เตาปลูกชั้นผลึกจากสถานะของเหลว (LPE; Liquid Phase Epitaxy)
ขั้นตอนการปลูกชั้นผลึกที่เป็นรอยต่อเอ็นพี ใช้เครื่องมือ คือ เครื่องปลูกชั้นผลึกด้วยลำโมเลกุล (MBE; Molecular Beam Epitaxy)


ลักษณะเด่นของเซลล์แสงอาทิตย์
ใช้พลังงานจากธรรมชาติ คือ แสงอาทิตย์ ซึ่งสะอาดและบริสุทธิ์ ไม่ก่อปฏิกิริยาที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ

 

เป็นการนำพลังงานจากแหล่งธรรมชาติมาใช้อย่างคุ้มค่าและไม่มีวันหมดไปจากโลกนี้
สามารถนำไปใช้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ทุกพื้นที่บนโลก และได้พลังงานไฟฟ้าใช้โดยตรง
ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงอื่นใดนอกจากแสงอาทิตย์ รวมถึงไม่มีการเผาไหม้ จึงไม่ก่อให้เกิดมลภาวะด้านอากาศและน้ำ

 

ไม่เกิดของเสียขณะใช้งาน จึงไม่มีการปล่อยมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อม
ไม่เกิดเสียงและไม่มีการเคลื่อนไหวขณะใช้งาน จึงไม่เกิดมลภาวะด้านเสียง
เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่กับที่ และไม่มีชิ้นส่วนใดที่มีการเคลื่อนไหวขณะทำงาน จึงไม่เกิดการสึกหรอ
ต้องการการบำรุงรักษาน้อยมาก
อายุการใช้งานยืนยาวและประสิทธิภาพคงที่
มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย เคลื่อนย้ายสะดวกและรวดเร็ว
เนื่องจากมีลักษณะเป็นโมดูล จึงสามารถประกอบได้ตามขนาดที่ต้องการ
ช่วยลดปัญหาการสะสมของก๊าซต่างๆ ในบรรยากาศ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์, ซัลเฟอร์ไดออกไซด์, ไฮโดรคาร์บอน และก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ ฯลฯ ซึ่งเป็นผลจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงจำพวกน้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกิดปฏิกิริยาเรือนกระจก ทำให้โลกร้อนขึ้น เกิดฝนกรด และอากาศเป็นพิษ ฯลฯอุปกรณ์สำคัญของระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์

 

เซลล์แสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้ากระแสตรง จึงนำกระแสไฟฟ้าไปใช้ได้เฉพาะกับอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสตรงเท่านั้น หากต้องการนำไปใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับหรือเก็บสะสมพลังงานไว้ใช้ต่อไป จะต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ อีก โดยรวมเข้าเป็นระบบที่ผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ อุปกรณ์สำคัญๆ มีดังนี้

แผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Module) ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นไฟฟ้ากระแสตรงและมีหน่วยเป็นวัตต์ (Watt) มีการนำแผงเซลล์แสงอาทิตย์หลายๆ เซลล์มาต่อกันเป็นแถวหรือเป็นชุด (Solar Array) เพื่อให้ได้พลังงานไฟฟ้าใช้งานตามที่ต้องการ โดยการต่อกันแบบอนุกรม จะเพิ่มแรงดันไฟฟ้า และการต่อกันแบบขนาน จะเพิ่มพลังงานไฟฟ้า หากสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์แตกต่างกัน ก็จะมีผลให้ปริมาณของค่าเฉลี่ยพลังงานสูงสุดในหนึ่งวันไม่เท่ากันด้วย รวมถึงอุณหภูมิก็มีผลต่อการผลิตพลังงานไฟฟ้า หากอุณหภูมิสูงขึ้น การผลิตพลังงานไฟฟ้าจะลดลง

 

เครื่องควบคุมการประจุ (Charge Controller) ทำหน้าที่ประจุกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์เข้าสู่แบตเตอรี่ และควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้าให้มีปริมาณเหมาะสมกับแบตเตอรี่ เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ รวมถึงการจ่ายกระแสไฟฟ้าออกจากแบตเตอรี่ด้วย ดังนั้น การทำงานของเครื่องควบคุมการประจุ คือ เมื่อประจุกระแสไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่จนเต็มแล้ว จะหยุดหรือลดการประจุกระแสไฟฟ้า (และมักจะมีคุณสมบัติในการตัดการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า กรณีแรงดันของแบตเตอรี่ลดลงด้วย) ระบบพลังงานแสงอาทิตย์จะใช้เครื่องควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้าในกรณีที่มีการเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ในแบตเตอรี่เท่านั้น
แบตเตอรี่ (Battery) ทำหน้าที่เป็นตัวเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ไว้ใช้เวลาที่ต้องการ เช่น เวลาที่ไม่มีแสงอาทิตย์ เวลากลางคืน หรือนำไปประยุกต์ใช้งานอื่นๆ แบตเตอรี่มีหลายชนิดและหลายขนาดให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม

 

เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) ทำหน้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าจากกระแสตรง (DC) ที่ผลิตได้จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ให้เป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เพื่อให้สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ Sine Wave Inverter ใช้ได้กับอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับทุกชนิด และ Modified Sine Wave Inverter ใช้ได้กับอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับที่ไม่มีส่วนประกอบของมอเตอร์และหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่เป็น Electronic ballast

 

ระบบป้องกันฟ้าผ่า (Lightning Protection) ทำหน้าที่ป้องกันความเสียหายที่เกิดกับอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อฟ้าผ่า หรือเกิดการเหนี่ยวนำทำให้ความต่างศักย์สูง ในระบบทั่วไปมักไม่ใช้อุปกรณ์นี้ จะใช้สำหรับระบบขนาดใหญ่และมีความสำคัญเท่านั้น รวมถึงต้องมีระบบสายดินที่มีประสิทธิภาพด้วยการประยุกต์ใช้งานเซลล์แสงอาทิตย์ในด้านต่างๆ

 

การนำพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานจากธรรมชาติมาทดแทนพลังงานรูปแบบอื่นๆ ได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมมากขึ้น สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมากมายในการดำรงชีวิต รวมถึงไม่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น


บ้านพักอาศัย ระบบแสงสว่างภายในบ้าน, ระบบแสงสว่างนอกบ้าน (ไฟสนาม, ไฟโรงจอดรถ และโคมไฟรั้วบ้าน ฯลฯ), อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดต่างๆ , ระบบเปิด-ปิดประตูบ้าน, ระบบรักษาความปลอดภัย, ระบบระบายอากาศ, เครื่องสูบน้ำ, เครื่องกรองน้ำ และไฟสำรองยามฉุกเฉิน ฯลฯ
ระบบสูบน้ำ อุปโภค, สาธารณูปโภค, ฟาร์มเลี้ยงสัตว์, เพาะปลูก, ทำสวน-ไร่, เหมืองแร่ และชลประทาน ฯลฯ

 

ระบบแสงสว่าง โคมไฟป้ายรถเมล์, ตู้โทรศัพท์, ป้ายประกาศ, สถานที่จอดรถ, แสงสว่างภายนอกอาคาร และไฟถนนสาธารณะ ฯลฯ

 

ระบบประจุแบตเตอรี่ ไฟสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน, ศูนย์ประจุแบตเตอรี่ประจำหมู่บ้านในชนบทที่ไม่มีไฟฟ้าใช้, แหล่งจ่ายไฟสำหรับใช้ในครัวเรือนและระบบแสงสว่างในพื้นที่ห่างไกล ฯลฯ
ทำการเกษตร ระบบสูบน้ำ, พัดลมอบผลผลิตทางการเกษตร และเครื่องนวดข้าว ฯลฯ
เลี้ยงสัตว์ ระบบสูบน้ำ, ระบบเติมออกซิเจนในบ่อน้ำ (บ่อกุ้งและบ่อปลา) และแสงไฟดักจับแมลง ฯลฯ

 

อนามัย ตู้เย็น/กล่องทำความเย็นเพื่อเก็บยาและวัคซีน, อุปกรณ์ไฟฟ้าทางการแพทย์ สำหรับหน่วยอนามัย, หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และสถานีอนามัย ฯลฯ

 

คมนาคม สัญญาณเตือนทางอากาศ, ไฟนำร่องทางขึ้น-ลงเครื่องบิน, ไฟประภาคาร, ไฟนำร่องเดินเรือ, ไฟสัญญาณข้ามถนน, สัญญาณจราจร, โคมไฟถนน และโทรศัพท์ฉุกเฉิน ฯลฯ

 

สื่อสาร สถานีทวนสัญญาณไมโครเวฟ, อุปกรณ์โทรคมนาคม, อุปกรณ์สื่อสารแบบพกพา (เช่น วิทยุสนามของหน่วยงานบริการและทหาร) และสถานีตรวจสอบอากาศ ฯลฯ

 

บันเทิงและพักผ่อนหย่อนใจ แหล่งจ่ายไฟฟ้าสำหรับบ้านพักตากอากาศในพื้นที่ห่างไกล, ระบบประจุแบตเตอรี่แบบพกพาติดตัวไปได้ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความบันเทิง ฯลฯ

 

พื้นที่ห่างไกล ภูเขา, เกาะ, ป่าลึก และพื้นที่สายส่งการไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ฯลฯ
อวกาศ ดาวเทียม
โซลาร์เซลล์ โซลาร์เซลล์คือ แผงโซล่าเซลล์ ไฟโซล่าเซลล์ Solar cell is

การเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟ (How to select generator ),การเลือกขนาด Generator ,เครื่องปั่นไฟ ใช้กับ มอเตอร์ 3 แรง ,การ ต่อ ไฟจากเครื่องปั่นไฟ ,เครื่องปั่นไฟ ใช้กับแอร์, เครื่องปั่นไฟ 800w ใช้ อะไร ได้ บ้าง ,เครื่องปั่นไฟ กี่ วัตต์ เชื่อมได้, เครื่องปั่นไฟ 5kw ใช้ อะไร ได้ บาง, วิธีคํานวณ ขนาดkva ของ เครื่องปั่นไฟ generator

การเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟ (How to select generator ),การเลือกขนาด Generator ,เครื่องปั่นไฟ ใช้กับ มอเตอร์ 3 แรง ,การ ต่อ ไฟจากเครื่องปั่นไฟ ,เครื่องปั่นไฟ ใช้กับแอร์, เครื่องปั่นไฟ 800w ใช้ อะไร ได้ บ้าง ,เครื่องปั่นไฟ กี่ วัตต์ เชื่อมได้, เครื่องปั่นไฟ 5kw ใช้ อะไร ได้ บาง, วิธีคํานวณ ขนาดkva ของ เครื่องปั่นไฟ generator


การเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟ 

วิธีคำนวณค่าไฟ วิธีคำนวณค่าไฟ เพื่อเลือกซื้อขนาดเครื่องปั่นไฟที่เหมาะสม กับคุณ

1. ก่อนอื่น คุณควรจะต้อง สำรวจวัตถุประสงค์ของตัวเองก่อนล่ะครับว่า..จะซื้อเครื่องปั่นไฟ ไปเพื่ออะไร
เพื่อใช้แทนไฟหลวงเลย เพราะไฟหลวงยังมาไม่ถึง และค่าใช้จ่ายในการขอก็สูงลิบลิ่วมาก
เพื่อใช้สำรองไฟบ้าน เวลาไฟดับ (ก็ต้องลิสต์เอาเฉพาะที่จะใช้จริงๆ เวลาไฟดับครับ)
เพื่อใช้กับอุปกรณ์เฉพาะหนึ่งๆ ซึ่งได้แก่ อะไรบ้าง (ลิสต์มาเลยดีกว่าครับ)
เพื่อใช้งานภาคสนาม ฯลฯ
(หมายเหตุ: หากเป็นไปเพื่อใช้แทนไฟหลวงเลย ข้อนี้แนะนำเลยล่ะครับว่า เวลาจะเลือกซื้อ คงต้องซื้อเครื่องปั่นไฟ 2 ตัวขึ้นไป เพื่อสลับกันใช้งานครับผม)



การเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟ


2. พอได้วัตถุประสงค์แล้ว คราวนี้เราก็มาแจกแจงรายละเอียดครับว่า
เครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ที่เราต้องการใช้งานมีอะไรบ้าง
อุปกรณ์ดังกล่าวมีอย่างละกี่ตัว
เป็นไปได้ แนะนำให้ถ่ายรูป หรือจดป้ายกำกับมาด้วยครับว่า ตัวนั้นๆ กินไฟกี่วัตต์ครับ
สถานที่ที่จะนำไปใช้ต้องเดินสายไฟห่างไปประมาณเท่าไร (กรณีห่างมากๆ ต้องระบุข้อนี้ด้วยครับ)
(หมายเหตุ: สงสารช่างเถอะครับ บางทีผมรับสายมา เจอผู้สนใจโทรมาถามว่า "สำรองไฟบ้านของลุง ต้องใช้เครื่องขนาดไหน??" >> ช่างต้องอธิบายว่าไม่สามารถเห็นอุปกรณ์ที่อยู่ในบ้านของคุณลุงครับผม

หรือ อีกกรณีที่เจอ ผู้สนใจถามเกี่ยวกับเครื่องปั่นไฟที่ใช้กับ "พัดลม" >> ตอนแรกก็เข้าใจว่าพัดลมธรรมดา คุยไปคุยมา อ่าว นี่มันพัดลมอุตสาหกรรมขนาด 50 กว่านิ้วเลยนะนั่น!!!)

ดังนั้น เพื่อความถูกต้อง แนะนำให้จดป้ายกำกับ หรือถ่ายเป็นรูป ส่งไลน์มาเลยครับ เดี๋ยวทีมงานดูให้ :)
ปรึกษาเรื่องเครื่องปั่นไฟ


3. เมื่อลิสต์อุปกรณ์ออกมาแล้ว ให้ลองแยกอุปกรณ์ดังกล่าวคร่าวๆ เป็น 2 ประเภท คือ


อุปกรณ์ประเภทที่ให้แสงสว่างหรือความร้อน โดยไม่มีมอเตอร์เป็นส่วนประกอบ >> อุปกรณ์ประเภทนี้ ซื้อๆ ง่ายๆ ไม่ต้องเผื่อครับ รวมค่าวัตต์ออกมาเท่าไหร่ ก็ไปหาเครื่องปั่นไฟขนาดนั้นๆ ได้เลย
อุปกรณ์ประเภทที่มีมอเตอร์เป็นส่วนประกอบ เช่น ปั๊มน้ำ แอร์ ฯลฯ >> อุปกรณ์ประเภทนี้ ไม่ง่ายเลยครับ ต้องเผื่อค่าความปลอดภัยเวลาเริ่มสตาร์ทครั้งแรก ครั้งที่สอง ฯลฯ ประมาณ 4-5 เท่าด้วยครับ



การเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟ


4. จากนั้น ก็ให้นำค่าไฟฟ้า (แสดงเป็นหน่วย "วัตต์") ของอุปกรณ์ดังกล่าวมาบวกรวมกันทั้งหมด แต่ถ้าเป็นพวกอุปกรณ์ที่มีมอเตอร์ก็อย่าลืมคูณ 4 หรือ 5 เอาไว้ด้วยนะครับ
เช่น อุปกรณ์รวมๆ กันบวกรวมได้ประมาณ 3600+4000 = 7600 วัตต์
จากนั้น เราก็เอา 1000 หาร เพื่อให้ได้เป็น กิโล วัตต์ จะเป็น 7.6 กิโลวัตต์ (KW)

อ่อ ขอแนะนำข้อควรรู้ไว้นิดนึงครับ: ส่วนมากหน่วยของเครื่องปั่นไฟที่นิยมใช้กัน มี 2 แบบ คือ
KW หรือ กิโลวัตต์ >> ใช้ได้เลยไม่ต้องแปลงครับ
KVA หรือ กิโลโวลต์แอมป์ >> ค่านี้ได้มาจากการนำ KW หารด้วย 0.8

>> สรุป คือ 1 KW = KVA x 0.8 (ค่า 0.8 เรียกว่า Power Factor ครับ) <<
>> จะเห็นว่าหน่วย KVA จะใหญ่กว่า KW นะครับ เช่น 10 KVA = 8 KW <<


5. ต่อจากนี้ก็ลองมองหาดูรุ่นที่ใกล้เคียงครับ แนะนำว่า ควรจะเป็นตัวเลขที่มากกว่าที่เราคำนวณได้นะครับ


จากตัวอย่างข้างต้น คุณก็จะได้ขนาดเครื่องปั่นไฟ หรือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ที่เหมาะสม เช่น ประมาณ 8 KW เป็นต้น ครับ :) ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ
!!! ข้อควรระวัง !!!: อย่าพยายามประหยัดแบบผิดวิธี ด้วยการปัดลง แล้วไปซื้อรุ่นที่เล็กลงนะครับ เพราะเวลาใช้งานจริงๆ (เหมือนคุณเอาเด็กไปทำงานผู้ใหญ่อ่ะครับ) เวลามันเสียที ก็ต้องส่งซ่อม เปลืองทั้งค่าซ่อม ทั้งเวลาและค่าขนส่งไป-มาจริงๆ ครับ

หมายเหตุ: ทาง "เครื่องปั่นไฟวินเจ็น" ได้ทำตารางคำนวณค่าไฟอย่างง่ายไว้ให้แล้วด้วยครับ ท่านใดสนใจ สามารถกดเข้าไปดูได้ตามลิงค์นี้เลยครับ ตารางคำนวณเครื่องปั่นไฟ




บทความที่ได้รับความนิยม ,ฮีตเตอร์

โพสต์แนะนำ

สินค้าฮีตเตอร์ยอดนิยม Popular heater products

สินค้าฮีตเตอร์ยอดนิยม Popular heater products สินค้าฮีตเตอร์ยอดนิยม เตาเผาเซรามิก เตาเผาเครื่องปั้นดินเผา เตาเผาเซรามิกขนาดใหญ่ เตาเผาเซรามิ...

http://heaterable.blogspot.com/ 2013-05-16T07:27:00+00:00 monthly http://heaterable.blogspot.com/2013/03/heater-for-industry.html 2013-05-16T07:27:00+00:00 monthly http://heaterable.blogspot.com/2013_03_01_archive.html 2013-05-16T07:27:00+00:00 monthly http://heaterable.blogspot.com/feeds/7988870761352713826/comments/default 2013-03-22T13:42:07+00:00 monthly